| ยามลมหนาวมาเยือน |
|
เบิ่งงานบุญบั้งไฟ ถิ่นทุ่งกุลาร้องไห้
ฉันอยู่บนพื้นแผ่นดิน ที่เขาเรียกกันว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” ฉันไปเยือนจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มากที่สุด มีถึง 3 ใน 5 ส่วนของพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ทั้งหมด เขาเล่ากันมาว่า เมื่อก่อนมีพวกกุลา ซึ่งเป็นพวกที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองต่างๆ พวกกุลาเป็นพวกที่มีความเข้มแข็ง อดทนเป็นเยี่ยม แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้ ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากถึงกับร้องไห้ เพราะตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำและก็ต้นไม้ใหญ่เลย หน้าแล้งพื้นดินก็แตกระแหง ด้วยเหตุฉะนี้แล จึงได้ชื่อว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ ![]() ฉันมาเที่ยวงานบุญบั้งไฟของบ้านภูดิน อำเภอปทุมรัตน์ เพื่อนเจ้าบ้าน บอกให้ฉันฟังว่า งานบุญบั้งไฟ นิยมทำกันเดือนหกเป็นประเพณีทำเพื่อบูชาพระยาแถนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งฝน เมื่อจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาแล้ว เทพเจ้าองค์นี้จะบันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาลและมีปริมาณเพียงพอแก่การปลูกพืชพันธุ์ ธัญญาหาร
ฉันเห็นมีคนหนึ่งอยู่บนยอดสูงบนรถที่ตกแต่งใกล้กับหัวพญานาค เขาขึ้นไปทำไมไม่รู้เหมือนกัน จนเริ่มเคลื่อนขบวนก็เลยถึงบางอ้อ เขาไปนั่งบังคับหัวพญานาคให้หมุนไปหมุนมาแล้วก็พ่นน้ำออกมา เพื่อนฉันบอกว่า เขามีความเชื่อเรื่องพญานาคให้น้ำ ![]() ![]() ![]() ฉันเห็นม้าตัวสูงใหญ่ บรรทุกอยู่บนรถ บนม้าก็มีหญิงชายคู่หนึ่งนั่งอยู่บนนั้น ป้ายนำหน้าม้าเขาเขียนไว้ว่า “ผาแดง นางไอ่” แล้วผาแดงนางไอ่ เกี่ยวอะไรกับบุญบั้งไฟล่ะ เพื่อนฉันก็เลยเล่าตำนานของผาแดงกับนางไอ่ให้ฟัง ![]() ![]() ![]()
ครั้นถึงกลางเดือนหกพระยาขอมจะทำบุญบั้งไฟ จึงมีใบบอกบุญไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็นบริวารให้ทำบั้งไฟไปร่วมจุดในงาน ท้าวผาแดงไม่ได้รับใบบอกบุญ แต่ได้ทราบข่าวจึงจัดบั้งไฟไปร่วมบุญด้วย และได้พบนางไอ่คำอีก ![]() ![]() ![]() ในการจุดบั้งไฟของพระยาขอมกับท้าวผาแดงพนันกันว่า ถ้าบั้งไฟของใครชนะจะได้ทรัพย์สมบัติและนางสนมกำนัล สำหรับท้าวผาแดงนั้นจะยกนางไอ่คำให้ ในเวลาจุดปรากฏว่าบั้งไฟของเมืองอื่น ๆ ขึ้นหมด ส่วนของพระยาขอมไม่ขึ้น และของท้าวผาแดงแตกกลางบั้ง แต่พระยาขอมก็เฉยเสียไม่ทำตามสัญญา เจ้าเมืองต่าง ๆ จึงพากันกลับหมด ส่วนท้าวผาแดงก็กลับเมืองของตนพร้อมกับความทุกข์เพราะความรักและบั้งไฟไม่ขึ้น ในงานนี้มีภังคีซึ่งเป็นลูกชายพญานาค ได้แปลงกายมาร่วมงานด้วย เมื่อได้เห็นนางไอ่ก็หลงรัก จึงได้แปลงกายเป็นกระรอกเผือกมาปีนป่ายตามต้นไม้ใกล้กับห้องพักนางไอ่ เมื่อนางไอ่เห็นกระรอกเผือกจึงอยากได้ ให้นายพรานจับมาให้ นายพรานได้ยิงกระรอกเผือกตาย ซึ่งก่อนตายกระรอกเผือกหรือภังคีได้อธิษฐานว่า ขอให้เนื้อหาจงเอร็ดอร่อย พอกินแก่คนทั้งเมือง เมื่อพ่อของภังคีทราบจึงให้ฆ่าทุกคนที่ได้กินเนื้อภังคี ![]() ![]() ![]() ในวันนั้นเองท้าวผาแดงทนคิดถึงนางไอ่ไม่ไหว จึงขี่ม้าบักสามมาหานางไอ่ และได้พานางไอ่หนี แต่ก็ช่วยนางไอ่ให้รอดพ้นจากพญานาคไม่ได้ ท้าวผาแดงเสียใจอย่างมาก จึงอธิษฐานต่อเทพยดาว่าจะขอตายเพื่อไปต่อสู้เอานางไอ่คำกลับคืนมา นี่ล่ะนะความรัก ตำนานความรักมีทั้งสุขสมหวัง เศร้าทุกข์ผิดหวัง ชีวิตจริงของเราก็เหมือนกันมีทั้งสุขทุกข์ปนกันไป สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง เล่าเรื่องผาแดงนางไอ่มาซะยาวเลย ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
ในค่ำคืนของวันนี้ ทางวัดก็มีการจัดงาน มีดนตรี มีการแสดงของลูกหลาน แล้ววันรุ่งขึ้นก็ทำการทอดผ้าป่า เป็นการร่วมกันของลูกหลานที่ไปทำงานไกลบ้านกลับมาทำบุญ สร้างความเจริญให้วัดบ้านเกิด ที่นี่จะมีการให้ของที่ระลึกแก่ผู้ที่มาทำบุญด้วย ของที่ให้ก็เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ทำกันเอง อย่างเช่น เสื่อ หมอน ที่นอน เป็นต้น เมื่อได้ของที่ระลึกกันแล้วก็แยกย้ายกันกลับ บ้านภูดินก็คงเงียบลงอีกครา เพราะลูกหลานต้องกลับกรุงเทพ กลับไปยังสถานที่ทำงาน เพื่อหาเงินดำรงชีพกันต่อไป แต่คงอีกไม่นานนัก ลูกๆ หลาน ๆ ก็คงกลับมาเยี่ยมเยือนผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่ให้กำเนิด กลับมาเยี่ยมถิ่นที่เขาเกิด
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|