ยามลมหนาวมาเยือน


หน้าหนาวนี้ เพื่อนๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างค่ะ ไปเมืองเหนือหาความหนาวเหน็บ ไปชมทะเลหมอกบนภูสูง หรือไปชมทุ่งดอกไม้โต้ลมหนาว จะไปที่ไหน แห่งหนใด ก็ขอให้เพื่อนๆ สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยวนะค่ะ

You are at: Home ท่องเที่ยวทั่วไทย เบิ่งงานบุญบั้งไฟ ถิ่นทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด

เบิ่งงานบุญบั้งไฟ ถิ่นทุ่งกุลาร้องไห้

บรรยากาศยามเย็นที่ทุ่งกุลาร้องไห้

Tongue out มองไปไกลสุดสายตา บนท้องฟ้ากว้าง ระเรื่อยลงมาตรงขอบฟ้า หาใช่ผืนน้ำทะเลสีครามไม่ หากแต่เป็นพื้นดิน เป็นท้องทุ่งโล่งอันกว้างใหญ่ วันนี้ตอนนี้แทนที่ฉันจะยืนอยู่บนหาดทรายชายฝั่ง ฉันกลับยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งนาโล่ง มองไปทางไหนก็มีแต่ทุ่งกว้าง มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ประปราย ซึ่ง เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ชวนให้หลงใหลกับความงามตามธรรมชาติ

ฉันอยู่บนพื้นแผ่นดิน ที่เขาเรียกกันว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” ฉันไปเยือนจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มากที่สุด มีถึง 3 ใน 5 ส่วนของพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ทั้งหมด เขาเล่ากันมาว่า เมื่อก่อนมีพวกกุลา ซึ่งเป็นพวกที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองต่างๆ พวกกุลาเป็นพวกที่มีความเข้มแข็ง อดทนเป็นเยี่ยม แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้ ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากถึงกับร้องไห้ เพราะตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำและก็ต้นไม้ใหญ่เลย หน้าแล้งพื้นดินก็แตกระแหง ด้วยเหตุฉะนี้แล จึงได้ชื่อว่า ทุ่งกุลาร้องไห้

รถที่ใช้ในขบวนแห่บั้งไฟ

ฉันมาเที่ยวงานบุญบั้งไฟของบ้านภูดิน อำเภอปทุมรัตน์ เพื่อนเจ้าบ้าน บอกให้ฉันฟังว่า งานบุญบั้งไฟ นิยมทำกันเดือนหกเป็นประเพณีทำเพื่อบูชาพระยาแถนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งฝน เมื่อจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาแล้ว เทพเจ้าองค์นี้จะบันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาลและมีปริมาณเพียงพอแก่การปลูกพืชพันธุ์ ธัญญาหาร

พญานาคให้น้ำขบวนแห่บั้งไฟ

ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าขั้นตอนเขาทำกันอย่างไรบ้าง เพื่อนบอกว่าช่วงบ่ายเขาจะมีขบวนแห่ เพื่อนชวนฉันไปรับหลานที่ร้านแต่งหน้าในตัวอำเภอ ฉันเห็นเขาแต่งหน้า ใส่ชุดไทยกันสวยงาม ตั้งแต่เด็กจนถึงสาววัยรุ่น ฉันและเพื่อนขับรถมาส่งเด็กงามสาวงามที่จุดตั้งขบวน ในขบวนแห่ก็มีรถที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อแห่แหนบั้งไฟไปที่วัด

ฉันเห็นมีคนหนึ่งอยู่บนยอดสูงบนรถที่ตกแต่งใกล้กับหัวพญานาค เขาขึ้นไปทำไมไม่รู้เหมือนกัน จนเริ่มเคลื่อนขบวนก็เลยถึงบางอ้อ เขาไปนั่งบังคับหัวพญานาคให้หมุนไปหมุนมาแล้วก็พ่นน้ำออกมา เพื่อนฉันบอกว่า เขามีความเชื่อเรื่องพญานาคให้น้ำ

ผาแดงนางไอ่ขี่ม้าผาแดงนางไอ่นางไอ่

ฉันเห็นม้าตัวสูงใหญ่ บรรทุกอยู่บนรถ บนม้าก็มีหญิงชายคู่หนึ่งนั่งอยู่บนนั้น ป้ายนำหน้าม้าเขาเขียนไว้ว่า “ผาแดง นางไอ่” แล้วผาแดงนางไอ่ เกี่ยวอะไรกับบุญบั้งไฟล่ะ เพื่อนฉันก็เลยเล่าตำนานของผาแดงกับนางไอ่ให้ฟัง

สาวงามในขบวนแห่บั้งไฟสาวงามในขบวนแห่บั้งไฟสาวงามในขบวนแห่บั้งไฟ


ที่เมืองหนึ่ง พอดีฉันจำชื่อเมืองไม่ได้ มีพญาขอมเป็นเจ้าเมืองปกครอง พระยาขอมมีลูกสาวแสนสวยคนหนึ่ง ชื่อ ไอ่คำ ซึ่งความงามนี้ก็กะฉ่อนไปเข้าหูของท้าวผาแดง ที่อยู่อีกเมืองหนึ่ง ท้าวผาแดงจึงได้แอบมาหานางไอ่คำ และก็สมัครรักใคร่กัน

ครั้นถึงกลางเดือนหกพระยาขอมจะทำบุญบั้งไฟ จึงมีใบบอกบุญไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็นบริวารให้ทำบั้งไฟไปร่วมจุดในงาน ท้าวผาแดงไม่ได้รับใบบอกบุญ แต่ได้ทราบข่าวจึงจัดบั้งไฟไปร่วมบุญด้วย และได้พบนางไอ่คำอีก

สาวงามในขบวนแห่บั้งไฟสาวงามในขบวนแห่บั้งไฟสาวงามในขบวนแห่บั้งไฟ

ในการจุดบั้งไฟของพระยาขอมกับท้าวผาแดงพนันกันว่า ถ้าบั้งไฟของใครชนะจะได้ทรัพย์สมบัติและนางสนมกำนัล สำหรับท้าวผาแดงนั้นจะยกนางไอ่คำให้ ในเวลาจุดปรากฏว่าบั้งไฟของเมืองอื่น ๆ ขึ้นหมด ส่วนของพระยาขอมไม่ขึ้น และของท้าวผาแดงแตกกลางบั้ง แต่พระยาขอมก็เฉยเสียไม่ทำตามสัญญา เจ้าเมืองต่าง ๆ จึงพากันกลับหมด ส่วนท้าวผาแดงก็กลับเมืองของตนพร้อมกับความทุกข์เพราะความรักและบั้งไฟไม่ขึ้น

ในงานนี้มีภังคีซึ่งเป็นลูกชายพญานาค ได้แปลงกายมาร่วมงานด้วย เมื่อได้เห็นนางไอ่ก็หลงรัก จึงได้แปลงกายเป็นกระรอกเผือกมาปีนป่ายตามต้นไม้ใกล้กับห้องพักนางไอ่ เมื่อนางไอ่เห็นกระรอกเผือกจึงอยากได้ ให้นายพรานจับมาให้ นายพรานได้ยิงกระรอกเผือกตาย ซึ่งก่อนตายกระรอกเผือกหรือภังคีได้อธิษฐานว่า ขอให้เนื้อหาจงเอร็ดอร่อย พอกินแก่คนทั้งเมือง เมื่อพ่อของภังคีทราบจึงให้ฆ่าทุกคนที่ได้กินเนื้อภังคี

เด็กน้อยในขบวนแห่บั้งไฟสาวน้อยในขบวนแห่บั้งไฟเด็กน้อยในขบวนแห่บั้งไฟ

ในวันนั้นเองท้าวผาแดงทนคิดถึงนางไอ่ไม่ไหว จึงขี่ม้าบักสามมาหานางไอ่ และได้พานางไอ่หนี แต่ก็ช่วยนางไอ่ให้รอดพ้นจากพญานาคไม่ได้ ท้าวผาแดงเสียใจอย่างมาก จึงอธิษฐานต่อเทพยดาว่าจะขอตายเพื่อไปต่อสู้เอานางไอ่คำกลับคืนมา

นี่ล่ะนะความรัก ตำนานความรักมีทั้งสุขสมหวัง เศร้าทุกข์ผิดหวัง ชีวิตจริงของเราก็เหมือนกันมีทั้งสุขทุกข์ปนกันไป สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง เล่าเรื่องผาแดงนางไอ่มาซะยาวเลย

ขบวนฟ้อน

ขบวนฟ้อนขบวนฟ้อนขบวนเซิ้ง

กลองยาวกลองยาว

กลองยาวปลัดขิก

นอกจากจะมีผาแดงนางไอ่แล้ว ในขบวนก็ยังมี การฟ้อนรำ การเซิ้ง กลองยาว ระหว่างถ่ายรูปและกำลังสนุกกับจังหวะการเซิ้ง การฟ้อนรำอยู่ ก็เหลือบไปเห็น น้าผู้หญิงสวมชุดแดง หมวกแดง หาบปลัดขิกอันใหญ่ เพื่อนฉันบอกว่า ที่มีอยู่ในงานนี้ด้วย เพราะว่า สัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องหมายของความสัมพันธ์ระหว่างฟ้ากับดิน หญิงกับชาย ที่เป็นพลังก่อกำเนิดชีวิตและเป็นพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ จึงมีความสัมพันธ์กับการขอฝนซึ่งเป็นที่มาของพลังแห่งการเติบโตของพืช

บั้งไฟอันน้อยหลังจากเสร็จสิ้นขบวนแห่ก็จะเป็นการจุดบั้งไฟขึ้นฟ้า เสียดายฉันไม่ได้ไปดู เลยไม่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการจุดบั้งไฟเลย ไว้คราวหน้า ถ้ามีโอกาสอีกจะไม่พลาดแล้ว ฉันเลยมีแต่รูปบั้งไฟอันน้อยนิด มาให้ดู

ในค่ำคืนของวันนี้ ทางวัดก็มีการจัดงาน มีดนตรี มีการแสดงของลูกหลาน แล้ววันรุ่งขึ้นก็ทำการทอดผ้าป่า เป็นการร่วมกันของลูกหลานที่ไปทำงานไกลบ้านกลับมาทำบุญ สร้างความเจริญให้วัดบ้านเกิด ที่นี่จะมีการให้ของที่ระลึกแก่ผู้ที่มาทำบุญด้วย ของที่ให้ก็เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ทำกันเอง อย่างเช่น เสื่อ หมอน ที่นอน เป็นต้น

เมื่อได้ของที่ระลึกกันแล้วก็แยกย้ายกันกลับ บ้านภูดินก็คงเงียบลงอีกครา เพราะลูกหลานต้องกลับกรุงเทพ กลับไปยังสถานที่ทำงาน เพื่อหาเงินดำรงชีพกันต่อไป แต่คงอีกไม่นานนัก ลูกๆ หลาน ๆ ก็คงกลับมาเยี่ยมเยือนผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่ให้กำเนิด กลับมาเยี่ยมถิ่นที่เขาเกิด

[Top]

Comments
Add New Search
+/-
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 

themesclub.com cms Joomla template
Banner
Banner
Copyright © 2008 Gizon Photo and Travel  -  All Rights Reserved.
themesclub logo